ปทีปเด้งผบช.ภ.2เข้ากรุเซ่นซื้อขายตำแหน่ง
พล.ต.ท.เอกกล่าวว่า เรียกประชุม รอง ผบช.ภ.2 มาชี้แจงประเด็นต่างๆ ที่เป็นข้อสงสัยในการแต่งตั้งโยกย้าย หลังจาก พล.ต.ท.เกรียงศักดิ์ สุริโย ผบช.ภ.2 ได้ชี้แจงไปแล้ว ซึ่งในที่ประชุมได้ข้อยุติในข้อเท็จจริง มีการถามในรายละเอียดว่าการเข้าประชุมระดับ รอง ผบช.เป็นอย่างไร มีการจดรายงานการประชุมแบบใด มีปัญหาที่ต้องอธิบายเรื่องกฎเกณฑ์ข้อบังคับต่างๆ ซึ่งในส่วนของผลสรุปนั้นไม่สามารถเปิดเผยได้ ต้องรายงานให้ รรท.ผบ.ตร.พิจารณา
ผู้สื่อข่าวถามว่า บัญชีแต่งตั้งโยกย้ายของ บช.ภ.2 มีปัญหาเพราะไม่ผ่านบอร์ดกลั่นกรองระดับกองบัญชาการใช่หรือไม่ พล.ต.ท.เอกกล่าวยอมรับว่า มีปัญหา แต่เปิดเผยไม่ได้ว่าปัญหาอะไร ถ้าพบว่าการแต่งตั้งโยกย้ายทำไม่ถูกขั้นตอน ก็ต้องเสนอให้ รรท.ผบ.ตร.พิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไร ในฐานะคณะกรรมการก็มีอำนาจเท่านี้
หลังการประชุมในช่วงบ่าย พล.ต.ท.เอกกล่าวว่า เป็นการสรุปภาพรวมของการแต่งตั้งโยกย้ายของทุกกองบัญชาการ เจ้าหน้าที่ได้พิจารณาเพิ่มเติมว่าแต่ละหน่วยดำเนินการแต่งตั้งถูกต้องตามกฎคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ที่ให้แนวทางไว้หรือไม่ อย่างเช่น ให้ยึดหลักอาวุโส 25 เปอร์เซ็นต์ เลื่อนตำแหน่งขึ้นตามที่มีเก้าอี้ว่าง ไม่ให้มีการกระโดดข้าม และหลักหัวหน้าโรงพักที่ได้รับรางวัลโรงพักดีเด่นทุกภาคในพื้นที่ ถ้าครบหลักเกณฑ์ก็ให้เลื่อนตำแหน่งขึ้นทุกราย หากไม่ครบหลักเกณฑ์ก็ให้ไปดำรงตำแหน่งจากโรงพักชั้น 2 ก็ให้ไปโรงพักชั้น 1 ซึ่ง รรท.ผบ.ตร.เน้นย้ำให้ทำตามหลักเกณฑ์ให้ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ เพื่อให้เป็นขวัญและกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำงาน
“ภาพรวมของแต่ละกองบัญชาการ 90 เปอร์เซ็นต์ ยึดตามหลักเกณฑ์ มีเพียงไม่กี่กองบัญชาการที่มีปัญหา ก็จะดำเนินการแก้ไขเพื่อให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ 100 เปอร์เซ็นต์เต็ม ผมเชื่อว่าจะทันภายในวันที่ 16 กุมภาพันธ์นี้” พล.ต.ท.เอกกล่าว
ส่วนกองบัญชาการที่ในที่ประชุมสรุปให้มีการเยียวยา คือ บช.ภ.1 จำนวน 2 ตำแหน่ง คือ สวญ.สภ.ม่วงค่อม จ.ลพบุรี ที่ได้โรงพักดีเด่น ให้เลื่อนตำแหน่งเป็น ผกก. และ สว.หัวหน้าสถานี สภ.มะนาวหนาว จ.ลพบุรี ขึ้นเป็น สวญ. ส่วน บช.ภ.5 จำนวน 2 ตำแหน่ง คือ ผกก.สภ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง ขึ้นเป็น รอง ผบก. และ สวญ.หัวหน้าสถานีโรงพักหนึ่งใน บช.ภ.5 ขึ้นเป็น ผกก. ส่วน บช.ภ.7 จำนวน 1 ตำแหน่ง เป็นตำแหน่งหัวหน้าสถานีตำรวจที่ได้รับรางวัลโรงพักดีเด่น แต่ไม่ครบเกณฑ์การแต่งตั้งให้ไปดำรงตำแหน่งในโรงพักชั้นดีขึ้น มีภาระงานมากขึ้น ส่วน บช.ภ.8 จำนวน 1 ตำแหน่ง เป็น สวญ.โรงพักดีเด่น ได้เลื่อนเป็น ผกก. ส่วน บช.น. จำนวน 1 ตำแหน่ง เป็น รอง ผกก.ขยับขึ้นเป็น ผกก.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากประชุมเสร็จสิ้น พล.ต.ท.เอกได้เข้ารายงานผลการประชุมต่อ พล.ต.อ.ปทีป โดยใช้เวลาประมาณ 20 นาที
ต่อมา พล.ต.อ.ปทีปมีคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 69/2553 เรื่องข้าราชการตำรวจไปปฏิบัติราชการและรักษาราชการแทน อาศัยอำนาจตามความมาตรา 11 และมาตรา 72 แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 และข้อ 8 (1) แห่งระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการตำรวจไปปฏิบัติราชการภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2552 จึงให้ พล.ต.ท.เกรียงศักดิ์ สุริโย ผบช.ภ.2 ไปปฏิบัติราชการที่สำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และให้ พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผช.ผบ.ตร. รักษาราชการแทน ผบช.ภ.2 อีกหน้าที่หนึ่ง ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2553 นอกจากนี้ พล.ต.อ.ปทีปมีคำสั่งแต่งตั้ง พล.ต.ท.ฉัตรชัย โปตระนันทน์ รองจเรตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานการสอบสวนข้อเท็จจริง พล.ต.ท.เกรียงศักดิ์ ในเรื่องแต่งตั้งโยกย้ายว่ามีความเป็นธรรมโปร่งใสหรือไม่
รายงานข่าวแจ้งว่า การสั่งให้ ผบช.ภ.2 เข้ามาช่วยราชการในสำนักงานตำรวจแห่งชาติแบบไม่มีกำหนด เนื่องจากปัญหาการแต่งตั้งโยกย้ายใน บช.ภ.2 ที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์การแต่งตั้ง และไม่ผ่านบอร์ดกลั่นกรองระดับกองบัญชาการ โดยรอง ผบช.ภ.2 ซึ่งเป็นคณะกรรมการกลั่นกรองไม่เซ็นรับรองคำสั่ง แต่ในที่สุดก็มีคำสั่งออกมา ซึ่งไม่ครบขั้นตอนการแต่งตั้งโยกย้ายตามกฎหมาย มีผลทำให้ต้องยกเลิกคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายระดับ รอง ผบก.-สว.ทั้งหมดใน บช.ภ.2 และให้ พล.ต.ท.อัศวินไปดำเนินการทำบัญชีการแต่งตั้งโยกย้ายใหม่ทั้งหมด ซึ่งจะให้ทันในวันที่ 16 กุมภาพันธ์นี้
ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 14.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ท.เกรียงศักดิ์ได้เข้าพบ พล.ต.อ.ปทีป ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประมาณ 5 นาที จากนั้น พล.ต.ท.เกรียงศักดิ์เดินออกจากห้องด้วยสีหน้าเคร่งเครียด แล้วเดินทางกลับโดยไม่ให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด ทั้งนี้การย้าย ผบช.ภ.2 พล.ต.อ.ปทีป รายงานให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ทราบแล้ว
ขณะที่นายกรัฐมนตรีได้ลงนามในคำสั่งเพิ่มเติมให้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการร้องเรียนเรื่องการซื้อขายตำแหน่งในการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจในสังกัด บช.ภ.2 โดย พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจเป็นประธาน ให้ตรวจสอบหาข้อมูลการซื้อขายตำแหน่งใน บช.ภ.1 และ บช.ภ.4
วันเดียวกัน นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ส.ส.ชลบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะคณะทำงานพิเศษสอบสวนเกี่ยวกับการซื้อขายตำแหน่งในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในคณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ จะเชิญตำรวจที่ได้รับผลกระทบจากการซื้อขายตำแหน่งเข้าให้ข้อมูล โดยจะทำเป็นการลับ ก่อนจะเสนอข้อมูลรายงานต่อนายกรัฐมนตรี