ปชป.หนาวปธ.กกต.เล็งส่งคดี258 ล.ให้ศาลรธน.ชี้ขาด
เนื่องจากเรื่องดังกล่าว ตนดูแล้วคิดว่าเรื่องจะต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญ ดังนั้นจะต้องสืบหาพยานหลักฐานเอกสารข้อเท็จจริงให้ชัดเจน ต้องพร้อมที่จะให้ศาลวินิจฉัยได้เลย และขณะนี้มีเอกสารที่เกี่ยวข้องกับเส้นทางการเงินต้องดำเนินการตรวจสอบกับธนาคาร แต่การดำเนินการตามอำนาจของนายทะเบียนพรรคการเมืองนั้น ไม่ทราบว่าจะสอบถามไปยังธนาคารโดยตรงได้หรือไม่ เพราะว่านายทะเบียนไม่มีอำนาจเหมือนกกต.
เมื่อถามว่าแสดงว่าการทำงานของดีเอสไอ และคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวของ กกต. พิจรณาเรื่องดังกล่าวไม่รอบคอบใช่หรือไม่ นายอภิชาต กล่าวว่า ตนอยากให้ดูหนังสือที่ทางดีเอสไอส่งมา ไม่ได้มีอะไรชัดเจนเลยว่า ใครทำผิดอย่างไร ประกอบกับเรื่องการตรวจสอบการทำงานของผู้บริหารของบริษัททีพีไอ ที่เกี่ยวกับการยักยอกเงิน ดีเอสก็ยังตรวจสอบไม่เสร็จสิ้น ทั้งที่จริงเรื่องนี้ทางดีเอสไอน่าจะส่งศาลได้แล้ว แต่เรื่องก็เห็นเรื่องเงียบไป และยังไม่ได้สรุปว่ามีการยักยอกเงิน 258 ล้านจริงหรือไม่
“ขอให้เห็นใจนายทะเบียนบ้าง ผมพึ่งได้รับสำนวนมาดู เพียง 2 เดือน และเมื่อรับมาทำในฐานะนายทะเบียนก็ตั้งใจจะทำให้รอบคอบและเร็วที่สุด ดังนั้น ขอเวลาให้กับนายทะเบียนได้ศึกษาข้อเท็จจริง ยืนยันว่า การดำเนินการของผมจะเป็นมาตรฐานเดียว เมื่อเสร็จแล้วจะทำคำวินิจฉัยออกไป ส่วนคนจะมองว่าผมมี 2 มาตรฐานหรือหลายมาตรฐานก็เป็นเรื่องที่วิจารณ์กันได้ เพราะแม้แต่ศาลเองก็ยังถูกวิพากษ์วิจารณ์กัน ผมไม่ได้โต้แย้ง แต่ผมจะทำให้ดีที่สุด และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ” นายอภิชาติ กล่าวและว่า อย่างไรก็ตามการที่ตนเองลงมติครั้งที่ผ่านมา ไม่ได้เป็นการชี้นำ กกต. คนอื่นเหมือนอย่างที่มีคนพูดกัน เพราะตนไม่ได้เป็นผู้บังคับบัญชา และกกต. มีศักดิ์เท่าเทียมกันหมด