ผอ.สพท.ปัตตานีรับครูใต้ใช้ชีวิตบนความเสี่ยง
ส่วนกลุ่มที่สอง คือขอเดินทางเองเนื่องจากเกรงว่าการอยู่ใกล้เจ้าหน้าที่นั้นจะไม่ปลอดภัยเพราะเจ้าหน้าที่เป็นเป้าในการถูกลอบทำร้ายจึงเกรงว่าจะถูกลูกหลงกรณีมีการลอบทำร้าย ซึ่งในส่วนนี้มีไม่มากนักแต่ก็ยอมรับว่ามีอยู่บ้างบางส่วน เนื่องจากอาจเพราะเป็นคนในพื้นที่ซึ่งทราบสถานการณ์ดีและมีการประเมินแล้วเชื่อว่าจะสามารถดูแลตนเองได้ แต่ยืนยันว่าไม่ได้เป็นเพราะความประมาท
เนื่องจากแม้จะไม่มีเจ้าหน้าที่มาคอยดูแลอย่างเคร่งครัดแต่บางครั้งมีการขอความคุ้มครองอยู่บ้างและเจ้าหน้าที่ก็ไม่ละเลยทีเดียว แต่จะเป็นลักษณะต่างฝ่ายต่างคอยดูแลกันห่างๆ เช่น กรณีนายสัมฤทธิ์ พันธเดช ครูโรงเรียนบ้านบาโงยือแบ็ง ที่ปฎิบัติตนเองอยู่ในกลุ่มที่สอง
"ครูในกลุ่มที่ขอเดินทางเองนั้นไม่ได้เป็นการกระทำที่ประมาท เนื่องจากจะมีการกำหนดแนวทางและรูปแบบการเดินทางที่ปลอดภัยระดับหนึ่ง เช่น การเปลี่ยนเส้นทางบ่อยๆ หรือ ห้วงเวลาการเดินทางเพื่อความปลอดภัย ซึ่งประเด็นนี้ครูในพื้นที่ต่างทราบกันดีและไม่อยากให้สังคมมองว่าเป็นการใช้ชีวิตอย่างประมาท หรือโทษว่าเป็นความผิดของเจ้าหน้าที่หรือครู แต่ทั้งหมดเป็นเรื่องสุดวิสัยอย่างแท้จริง" นายธวัช กล่าว
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นจำเป็นต้องมีการหารือเพื่อกำหนดกรอบการดำเนินการภายใต้ความปลอดภัยของคณะครูในพื้นที่ใหม่อีกครั้งเพื่อให้เกิดความปลอดภัยที่สุดไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิตภายใต้รูปแบบใดก็ตาม เนื่องจากไม่ต้องการให้เกิดความสูญเสียกัยครูในพื้นที่อีก