ตร.เครียดปล่อยแพะคดีฆ่านศ.สาวไม่สำเร็จ
โดยนายปรเมศร์ รับสารภาพลงมือฆ่าน.ส.เปรมฤดีคนเดียว ในวันอาทิตย์ที่ 31 ก.พ. แต่คดีดังกล่าวกลับมีปัญหาเนื่องจากก่อนหน้านี้ ตำรวจได้จับกุม นายตี๋ อายุ 27 ปี ผู้ต้องสงสัยอีกคนหนึ่งก่อนหน้าที่จะจับกุมนายปรเมศร์ได้ โดยนายตี่ตกเป็นผู้ต้องหาคดีเดียวกัน โดยเจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายตี๋มาสอบที่สภ.เมืองขอนแก่น วันที่ 3 ก.พ.และออกหมายจับพร้อมตั้งข้อหาในวันที่ 5 ก.พ.และนำตัวนายตี๋ ฝากขังที่ศาลจังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 6 ก.พ.เป็นเวลา12 วัน ถึงวันที่ 17 ก.พ.โดยนายตี๋ถูกคุมขังในเรือนจำกลางจังหวัดขอนแก่น และตั้งวงเงินประกันตัว 7 แสนบาท
เนื่องจากนายตี๋ผู้ต้องหาอีกคนที่ในเบื้องต้นตกเป็นผู้ต้องหา"คดีร่วมกันชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย"ร่วมกับนายปรเมศร์ มูลนิทา แต่นายตี๋ปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และเมื่อจับกุมนายปรเมศร์ได้ ในทางสอบสวนไม่สามารถเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างนายตี๋ กับนายปรเมศร์ได้ เจ้าหน้าที่จึงลงความเห็นว่าควรปล่อยตัวนายตี๋ เนื่องจากหลักฐานแวดล้อมและนายปรเมศร์ รับสารภาพว่า ลงมือคนเดียว แต่นายตี๋ ให้การปฏิเสธ แต่ยังอยู่ในระหว่างการฝากขัง จึงควรจะขออนุมัติศาลให้ปล่อยตัวนายตี๋
แต่เนื่องจากนายตี๋ยังปฏิเสธว่า ไม่เคยขึ้นไปยังห้องพักผู้ตาย แต่หลักฐานที่เจ้าหน้าที่วิทยาการระบุ ว่า เมื่อเก็บหลักฐานลายมือจากขวดน้ำดื่มในห้องผู้ตาย กลับมีลายมือในขวดน้ำดื่มตรงกับลายมือของนายตี๋ เจ้าหน้าที่จึงต้องขออนุมัติเพื่อขอสอบสวนนายตี๋อีกครั้ง เพื่อประกอบคำขออมุมัติปล่อยตัวนายตี๋
เมื่อเวลา 10.00น. วันที่ 8 ก.พ. ทาง พ.ต.ท.ภูมี อีคละ สารวัตรเวร เจ้าของคดีดังกล่าว เดินทางไปที่เรือนจำกลางจ.ขอนแก่น เพื่อขอสอบนายตี๋ เพิ่มเติม พร้อมเตรียมเอกสารเพื่อขออนุมัติศาลเพื่อปล่อยตัวนายตี๋ ในวันเดียวกัน แต่จากการสอบสวนนายตี๋ในเรือนจำ นายตี๋ ยังยืนยันว่า ตนไม่เคยพบผู้ตายหลังจากที่พบกันครั้งแรกที่ปั๊มน้ำมัน ที่นายตี๋ไปช่วยงาน และขอเบอร์โทรศัพท์ไว้ และเคยโทรหาผู้ตายครั้งเดียว โดยใช้โทรศัพท์เพื่อน เพื่อชวนออกมากินข้าว แต่ผู้ตายปฏิเสธและไม่ออกมาเจอกัน และหลังจากนั้นก็ไม่ได้โทรอีกเลย มีแต่เพื่อนอีกคนที่โทรหาวันอาทิตย์ ที่เกิดเหตุ แต่ก็ไม่ได้เจอกันเช่นกัน
ขณะที่ พ.ต.ท.ภูมี พยายามอธิบายให้ นายตี๋ ทราบถึงผลสอบทางวิทยาการพบว่าลายมือนายตี๋ปรากฏในห้องที่เกิดเหตุซึ่งนายตี๋ อาจเคยขึ้นมาในห้องนี้ก่อนที่จะเกิดเหตุฆาตรกรรม และก็อาจไม่เกี่ยวกับการฆาตรกรรม น.ส.เปรมฤดี แต่เพื่อให้การดำเนินการปล่อยตัวเป็นไปตามขั้นตอน ถ้ารับสารภาพว่า เคยขึ้นไปบนห้องที่เกิดเหตุก็สามารถดำเนินการปล่อยตัวได้ เพราะคดีดังกล่าว นายปรเมษฐ์ รับสารภาพแล้วว่าลงมือคนเดียว และไม่มีหลักฐานเชื่อมโยง นายตี๋ แต่นายตี๋ยังปฏิเสธ ที่จะรับสารภาพว่าเขาเคยขึ้นห้องดังกล่าว ทำให้ขั้นตอนการดำเนินการปล่อยตัวนายตี๋ ในวันดังกล่าวต้องชะงัก เพราะตามสำนวนการสอบสวนระบุว่า นายตี๋ปฏิเสธว่าไม่เคยขึ้นไปยังห้องที่เกิดเหตุเลย แต่กลับปรากฏลายมือในตี๋ในขวดน้ำภายในห้องนอน น.ส.เปรมฤดี และเมื่อสอบสวนเพิ่มเติม นายตี๋ ก็ยังยืนยันตามที่ให้การไว้ในชั้นสอบสวน
พ.ต.ท.ภูมี กล่าวว่า เมื่อนายตี๋ยังปฏิเสธ ว่าไม่เคยขึ้นไปในห้องผู้ตาย แต่ผลการพิสูจน์ลายมือที่สากลทั่วโลกยอมรับในหลักการว่า ในลายมือหากตรงกัน 10 จุดขึ้นไป ถือว่าเชื่อถือได้ แต่ลายมือในขวดน้ำตรงกับลายมือ นายตี๋ถึง 13 จุด ในทางคดีก็ถือว่า มีหลักฐานยืนยันได้ พนักงานสอบสวนก็ต้องออกหมายจับนายตี๋ แต่เมื่อภายหลังสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้อีกคน คือ นายปรเมษฐ์ ได้และรับสารภาพว่าลงมือคนเดียว พร้อมหลักฐานมัดตัวแน่นหนาทั้งดีเอ็นเอจากก้นบุหรี่ในห้องที่เกิดเหตุและหลักฐานที่ยึดได้ระหว่างการจับกุมจึงเชื่อว่านายปรเมษฐ์ ลงมือคนเดียว และผู้ใหญ่ได้ให้นโยบายว่า ควรหาทางปล่อยตัวนายตี๋ ที่ยังอยู่ในระหว่างการฝากขัง แต่เมื่อนายตี๋ ยังยืนยันว่าเขาไม่เคยขึ้นไปบนห้องผู้ตาย แต่ในทางสอบสวนกลับมีลายมือนายตี๋ ในห้องที่เกิดเหตุจึงทำให้การดำเนินการปล่อยตัวนายตี๋ยุ่งยากขึ้น
"ความจริงนายตี๋ เพียงรับสารภาพว่าเขาเคยขึ้นไปห้องผู้ตาย เพราะมีหลักฐานในการติดต่อกันทางโทรศัพท์ก่อนหน้านี้ ก็สามารถที่จะดำเนินการขออนุมัติศาลปล่อยตัวนายตี๋ เพราะลายมือในห้องนั้นอาจจะเป็นวันอื่นที่ไม่เกี่ยวกับคดี แต่นายตี๋ ยังยืนยันว่าเขาไม่เคยขึ้นไปบนห้อง เราก็ต้องพิจารณา หาวิธีการอื่น" พ.ต.ท.ภูมี กล่าว
ขณะที่ พ.ต.ท.ถนอมสิทธิ์ วงษ์วิจารณ์ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองขอนแก่น ซึ่งเดินทางมาสอบสวนนายตี๋ในเรือนจำกลางจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยหลังกลับจากคุยกับ นายตี๋ ว่า การสอบสวนในแต่ละคดี มีขั้นตอน เมื่อเกิดเหตุหน่วยที่เข้าก่อนตำรวจ คือ ตำรวจวิทยาการ เพื่อเก็บรวบรวมหลักฐาน หลังจากนั้นตำรวจ จึงจะเข้าไปภายหลัง และเมื่อหลักฐานทางวิทยาการระบุว่า ลายมือที่พบในขวดน้ำจากห้องเกิดเหตุตรงกับลายมือนายตี๋ ทางฝ่ายสอบสวนก็จะดำเนินการต่อ
ซึ่งเมื่อสอบสวนเพิ่มเติมว่านายตี๋ ที่เคยปฏิเสธว่า ไม่เคยขึ้นไปบนห้องผู้ตาย เขายังจะเปลี่ยนคำให้การหรือไม่ เพราะมีหลักฐานที่เป็นลายมือที่เก็บได้ในห้องนอนผู้ตาย แต่เมื่อนายตี๋ ยังยืนยันว่าเขาไม่เคยขึ้นไปบนห้อง และไม่เคยรู้จักผู้ตาย ซึ่งเมื่อเป็นเช่นนั้นตำรวจจะดำเนินการไปตามขั้นตอนของคดี และเตรียมส่งฟ้องศาล เนื่องจากได้มีการแจ้งความเอาไว้แล้ว ส่วนการเยียวยานั้นจะกลับไปปรึกษาผู้ใหญ่ก่อนว่า จะมีการช่วยเหลือและเยียวยา นายตี๋ อย่างไร
ขณะที่นายตี๋ที่ถูกคุมขังในเรือนจำกลางขอนแก่น ตั้งแต่คืนวันที่ 6 ก.พ.เปิดเผยว่า การพักในเรือนจำสองคืนที่ผ่านมาไม่มีปัญหาอะไร แต่ก็ถือว่าหนักมากสำหรับตนที่ต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ ซึ่งหากจะให้จบง่ายๆ โดยรับสารภาพว่า เคยขึ้นไปบนห้องผู้ตายนั้นมันฝืนความรู้สึก เพราะตอนนี้เราไม่รู้ว่า อะไรเป็นอะไร จึงขออยู่กับความจริงเท่านั้น เพราะตนกับผู้ตายนั้นเพียงขอเบอร์โทรในปั๊มน้ำมันที่ไปช่วยงาน และก็โทรหาครั้งเดียว ไม่เคยขึ้นไปบนห้องและไม่เคยเจอกันอีกเลย
ส่วนหลักฐานที่บอกว่าเป็นลายมือที่ติดขวดน้ำในห้องนอนผู้ตายนั้น ตนไม่ทราบ เพราะตั้งแต่วันพุธที่ 3 ก.พ. ตอนเย็นก็ถูกคุมตัวสอบสวน อยู่กับตำรวจตลอด และถูกออกหมายจับวันที่ 5 ก.พ.จนต้องมาอยู่ในเรือนจำ
"ผมจะหาเงินที่ไหนมาประกันตัวเจ็ดแสนบาท ผมอาจลำบากช่วงสู้คดี แต่ต้องรับกรรมไป ผมอยากออกไปใจจะขาด แต่ถ้าให้โกหกโดยรับว่าเคยขึ้นไปบนห้อง มันก็เป็นบาดแผลในใจผม เพราะผมไม่เคยรู้จักเขา และไม่เคยขึ้นไปบนห้องเขา ผมไม่กลัวแฟนหรอกที่จะรับว่าเคยไปหาผู้หญิงอื่น เพราะเราต่างรู้นิสัยกันมานานแล้ว เรื่องนี้ผมสาบานได้ "