'วสิษฐ'ยัน7วันผลสอบโผตร.ถึงมือ'อภิสิทธิ์'
พล.ต.อ.วสิษฐ กล่าวภายหลังการหารือว่า นายกฯ ย้ำนโยบายว่า สิ่งที่ได้ยินมาเกี่ยวกับเรื่องการแต่งตั้งครั้งนี้ โดยเฉพาะที่ บช.ภ.2 นั้น เกรียวกราวมาก ทำให้เกิดความเสียหายไม่ใช่เฉพาะวงการตำรวจ แต่จะกระทบประชาชนที่ต้องพึ่งตำรวจ นายกฯ ฝากว่า เมื่อแต่งตั้งคณะกรรมการก็เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการจะต้องพิจารณาว่ามีมูลความจริงหรือไม่ ส่วนจะใช้เวลากี่วันนั้น บอกไม่ได้ แต่กรอบเวลาคือภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันที่ 7 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันที่ตนรับทราบคำสั่งแต่งตั้งจากนายกฯ
ส่วนระยะเวลาดังกล่าวจะพอหรือไม่ พล.ต.อ.วสิษฐ กล่าวว่า ไม่ทราบจนกว่าจะประชุมคณะกรรมการ เพราะมีเอกสารและบุคคล หากถึงเวลานั้นก็ต้องเชิญมา ในวันที่ 10 กุมภาพันธ์นี้ จะประชุมคณะกรรมการ โดย พล.ต.อ.ธานีจะเลือกสถานที่ประชุมเเละไม่บอกเวลา เดี๋ยวสื่อมวลชนจะเเห่ไป แต่คิดว่าน่าจะประชุมแถวๆ นี้ หากเวลา 7 วัน ทำทันก็ทัน หากทำไม่ทันนายกฯ ก็ต้องยืดเวลาให้ แต่ตอนนี้ให้เวลา 7 วัน ก็ต้อง 7 วัน
เมื่อถามว่าจะตรวจสอบการแต่งตั้งโยกย้ายทั้งหมด หรือตรวจสอบเฉพาะ บช.ภ.2 พล.ต.อ.วสิษฐ กล่าวว่า คำสั่งของนายกฯ ระบุว่า เพียงแค่ บช.ภ.2 ไม่เกี่ยวกับภาคอื่นๆ เพราะไม่ได้อยู่ในกรอบคำสั่ง
พล.ต.อ.วสิษฐ กล่าวอีกว่า เบื้องต้นพบว่าคำร้องเรียนมีทั้งปัญหาปกติ และมีฝ่ายการเมืองเกี่ยวข้องกับการแต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้ ส่วนผลการสอบสวนของคณะกรรมการจะเปลี่ยนแปลงคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายที่มีปัญหาได้หรือไม่นั้น อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจยืนยันว่า เราไม่เกี่ยว จะดูแค่เรื่องแต่งตั้งที่ถูกต้องหรือไม่ และเสนอความเห็นต่อนายกฯ
"เป็นเรื่องที่นายกฯ ตัดสินใจดำเนินการต่อไปในฐานะเป็นผู้บังคับบัญชาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ยังไม่พบปัญหาอะไร เพราะปัญหายังอยู่ในกระดาษและหลักฐานที่ส่งมา ผมยังสรุปไม่ได้ เพราะเป็นกรรมการ จะพูดคนเดียวไม่ได้ จึงขอไม่พูด หรือจะพูดในฐานะใดๆ ก็ไม่ได้ แม้ในฐานะนายตำรวจเก่าก็ตาม" พล.ต.อ.วสิษฐกล่าว
เมื่อถามว่าในฐานะที่เป็นตำรวจเก่าเชื่อหรือไม่ว่าเรื่องนี้มีมูล พล.ต.อ.วสิษฐระบุว่า ตนจะบอกว่ามีมูล ไม่มีมูลนั้น ไม่ได้ และพูดในฐานะตำรวจเก่าไม่ได้ เพราะต้องพูดในฐานะประธานคณะกรรมการ
เมื่อถามอีกว่า มีความยากลำบากหรือไม่ เพราะเรื่องนี้มักไม่มีใครกล้ามาเป็นพยาน หรือหาหลักฐานไม่ได้ พล.ต.อ.วสิษฐกล่าวว่า อีกไม่กี่วันก็รู้แล้วว่ามีใครกล้ามาบ้าง แต่จะเชิญใครมาบ้าง ยังไม่ได้คิด เพราะมีคนเกี่ยวข้องหลายคน เช่น เจ้าหน้าที่ที่ควรจะรู้ และเรื่องนี้ต้องหารือกับคณะกรรมการก่อน
พล.ต.อ.วสิษฐกล่าวถึงผู้ที่มายื่นเรื่องร้องเรียนและอ้างว่ามีบางคนติดต่อให้ไปจ่ายเงิน ต้องเชิญมาหรือไม่ว่า หากเต็มใจจะมาก็เรียนเชิญ เพราะเอกสารหลักฐานต้องใช้บุคคลประกอบด้วย และจะเชิญผู้เกี่ยวข้องมา หากเอกสารสมบูรณ์ก็ไม่เชิญมา ส่วนข้อมูลในตอนนี้สมบูรณ์หรือไม่ยังตอบไม่ได้ เพราะยังไม่ได้ศึกษา
ส่วนเรื่องร้องเรียนมีมากเพียงใด พล.ต.อ.วสิษฐ กล่าวว่า ไม่ได้นับ แต่มีหลายแผ่นและหลายฉบับ เมื่อถามว่าข้อร้องเรียนดังกล่าวแสดงว่า บช.ภ.2 มีการซื้อขายตำแหน่งรุนแรงมาก อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจย้ำว่า “ก็มันดังกว่าเพื่อนในเวลานี้” ส่วนการซื้อขายตำแหน่งของตำรวจมีทุกยุคสมัยจนเป็นเรื่องปกติไปแล้วหรือไม่นั้น พล.ต.อ.วสิษฐ กล่าวยิ้มๆ ว่า “คุณอย่าชวนผมคุยเรื่องนอกหน้าที่กรรมการ ผมไม่มีเวลา”
เมื่อถามอีกว่า ผลการสอบสวนในครั้งนี้จะเทียบเคียงกับผลการสอบสวนในโครงการไทยเข้มแข็ง กระทรวงสาธารณสุข ที่ส่งผลถึงการเปลี่ยนแปลงได้หรือไม่ พล.ต.อ.วสิษฐ กล่าวว่า ไม่กล้านำไปเทียบเคียง เพราะคนละเรื่อง เรื่องนี้คือเรื่องตำรวจ เรื่องนั้นคือเรื่องหมอ เมื่อถามย้ำว่าจะเสนอให้นายกฯ ตัดสินใจในบางสิ่งบางอย่างด้วยหรือไม่ พล.ต.อ.วสิษฐ กล่าวว่า ”ต้องไปถามนายกฯ คณะกรรมการมีหน้าที่อย่างเดียว คือประชุม และหารือกันแล้วว่ามีความเห็นเช่นใดก็เสนอนายกฯ จบ ต่อจากนั้นก็เป็นเรื่องของนายกฯ ในฐานะผู้บังคับบัญชาตำรวจ”
เมื่อถามต่อว่า ตำรวจจะคาดหวังความเป็นธรรมจากคณะกรรมการชุดนี้มากน้อยเพียงใด พล.ต.อ.วสิษฐ กล่าวว่า ต้องไปถามตำรวจ แต่ตนทำเต็มที่ โดยไม่หนักใจ และคณะกรรมการที่มาพบนายกฯ นั้น ก็เป็นคนที่มีชื่อเสียง เที่ยงตรง และเป็นที่น่านับถือทั้งสิ้น
วันเดียวกัน ที่ห้องทำงานตึกไทยคู่ฟ้า พ.ต.ท.วีระยศ ชื่นกลิ่นธูปศิริ รักษาราชการแทนผู้กำกับการ (รรท.ผกก.) สภ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เข้ายื่นหนังสือถึงนายอภิสิทธิ์ ผ่าน พล.ต.อ.ธานี เพื่อขอความเป็นธรรมกรณีการแต่งตั้งเลื่อนตำแหน่งที่สูงขึ้นระดับ ผกก.ในการแต่งตั้งโยกย้ายประจำปี 51 สังกัด บช.ภ.7
พ.ต.ท.วีระยศ กล่าวว่า ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการแต่งตั้งโยกย้าย เนื่องจากมีการร้องเรียนว่าคณะกรรมการคัดเลือกตำรวจสังกัด บช.ภ.7 บางคนปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบธรรมและอาจมีการซื้อขายตำแหน่ง ทำให้ตนถูกคณะอนุกรรมการข้าราชการตำรวจ (อนุ ก.ตร.) สอบสวน ต่อมาคณะกรรมการคัดเลือกตำรวจเลื่อนตำแหน่งระดับ ผกก.ให้ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่คืบหน้า ส่วนตำรวจที่ละเลยต่อการปฏิบัติหน้าที่กลับได้รับการเลื่อนตำแหน่ง
ก่อนหน้านั้น พล.ต.ท.เอก อังสนานนท์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผช.ผบ.ตร.) ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณายกเว้นหลักเกณฑ์การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับรองผู้บังคับการ (รอง ผบก.)-สารวัตร (สว.) เรียกผู้บัญชาการ (ผบช.) จากกว่า 30 กองบัญชาการ มาชี้แจงกระบวนการแต่งตั้งโยกย้ายว่า เป็นไปตามกฎ ก.ตร.ว่าด้วยการแต่งตั้งและแนวทางของ ตร.หรือไม่ โดย บช.แรกที่เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมการคือ ศชต. และ บช.สุดท้าย คือ บช.น.
พล.ต.ท.เอก กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นมีบางกรณีที่การแต่งตั้งไม่เป็นไปตามระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกฎ ก.ตร.ที่เกี่ยวข้อง และหนังสือเวียนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ คณะกรรมการชุดนี้จะมีการเชิญ ผบช. หรือรอง ผบช.มาชี้แจงให้ข้อมูล เพื่อยืนยันความถูกต้องในการแต่งตั้ง ก่อนจะสรุปข้อมูลเสนอ รรท.ผบ.ตร.เพื่อจะได้มีคำสั่งตามที่เห็นสมควรต่อไป อย่างกรณี บช.ภ.2 ที่ปรากฏเป็นข่าวนั้น ผบช.ภ.2 เข้ามาชี้แจงแล้ว