การเมืองท้องถิ่นโหดลอบฆ่า2นายก อบต.

เบื้องต้นชุดสืบสวนพุ่งเป้าไปที่เรื่องการเมืองท้องถิ่น และทั้งสองคดีมีส่วนเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกัน
"ผมถูกลอบยิงโชคดีที่รอดตายมาได้ แต่ลูกเขยผม สมาชิก อบต.ที่ทำหน้าที่ขับรถถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส ตอนนี้ปลอดภัยแล้ว ส่วนปมเหตุครั้งนี้ น่าจะมาจากผู้ใหญ่บ้านคนหนึ่งเคยขู่เอาชีวิตผมไว้ จากความขัดแย้งเรื่องถมบ่อดินที่วัดสุวรรณมาต ซึ่ง ส.อ.อานุ เคยเตือนผมเหมือนกันว่าจะถูกลอบเอาชีวิต ผมเองก็เคยเตือน ส.อ.อานุ ให้ระวังตัวเช่นกัน จากเรื่องถมดินเรื่องเดียวกันนี้ รวมถึงเรื่องการเลือกตั้งนายก อบต.หนามแดง ซึ่งผู้ใหญ่บ้านคนนี้สนับสนุนฝ่ายตรงข้าม และเขาแพ้เลือกตั้ง" บุญลือ เล่าให้ชุดสืบสวนฟัง
เมื่อได้ข้อมูล พล.ต.ต.นิวัฒน์ รัตนธรรมวัฒน์ พล.ต.ต.สุวิระ ทรงเมตตา รอง ผบช.ภ.2 พ.ต.ท.ณรงค์ฤทธิ์ เพ็ชรศักดิ์ รอง ผกก.สส.ภ.จว.ฉะเชิงเทรา พ.ต.ท.พิมล ระวัง สว.สส.ภ.จว.ฉะเชิงเทรา พร้อมฝ่ายสืบสวนร่วมประชุมคลี่คลายคดี โดยวิเคราะห์ข้อมูลด้านการเมืองท้องถิ่นในพื้นที่เมืองแปดริ้วตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันพบว่า ใน ต.หนามแดง มีการแบ่งขั้วการเมืองออกเป็น 2 ขั้วชัดเจน และทั้งสองฝ่ายต่างก็มีปัญหากระทบกระทั่งกันมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะคดีที่เกิดกับผู้นำท้องถิ่นล้วนมีความเชื่อมโยงกัน
คดีที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นหัวข้อพิจารณา คือ การลอบยิงนายประโลม อรรถปัญญาศิริ อดีตกำนันตำบลคลองนครเนื่องเขต อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อ 7 ปีก่อน คดีลอบยิงกำนันจ๋อง อดีตกำนันตำบลคลองอุดมชลจร เมื่อ 2 ปีก่อน คดีลอบยิงผู้จัดการตลาดสดปองพล เมื่อ 4 ปีก่อน และการลอบยิงนายกบุญลือเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนหน้า ส.อ.อานุ จะมาถูกฆาตกรรม ล้วนแต่เป็นการตามฆ่าล้างแค้นกัน สาเหตุมาจากความขัดแย้งทั้งการเมืองท้องถิ่นและผลประโยชน์ในพื้นที่
"ชุดสืบสวนได้นำข้อมูลในคดีเก่ามาดูทั้งหมด ประกอบกับการสอบสวนพยานแวดล้อมและประจักษ์พยานใกล้ที่เกิดเหตุ ทำให้ทราบว่าการเมืองท้องถิ่นที่นี่แบ่งออกเป็น 2 ขั้วมาตั้งแต่ครั้งอดีต ขั้วแรกเป็นกลุ่มของกำนันคนหนึ่ง ซึ่ง นายบุญลือ และ ส.อ.อานุ สังกัดอยู่ ส่วนอีกกลุ่มเป็นของกำนันอีกคน ทั้ง 2 กลุ่มนี้มีปัญหากันเป็นประจำ เนื่องจาก จ.ฉะเชิงเทรา มีความเจริญมากขึ้น เกิดธุรกิจถมที่ดิน ธุรกิจนายหน้าค้าที่ดิน และธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง มีเรื่องของผลประโยชน์จำนวนมหาศาลเข้ามาเป็นตัวแปร เกิดการแย่งชิงอำนาจและผลประโยชน์ระหว่างกลุ่มการเมือง 2 ขั้วมาโดยตลอด" พล.ต.ต.สุวิระ ระบุ
อย่างไรก็ตาม คดีพยายามฆ่านายกบุญลือ ช่วยให้เกิดความกระจ่างมากพอสมควร เมื่อผู้เสียหายยืนยันชัดเจนว่า กลุ่มมือปืน คือ ลูกน้องของฝ่ายตรงข้าม ประกอบด้วย นายคเชนทร์ สุวดิษฐ์ อายุ 33 ปี นายทิวา ใยยะผลสุข อายุ 36 ปี และนายวัฒนา สกุนีย์ อายุ 36 ปี ชุดสืบสวนจึงขออำนาจศาลจังหวัดฉะเชิงเทราอนุมัติหมายจับและหมายค้นบ้าน แต่ทั้งสามไหวตัวทัน หลบหนีออกจากพื้นที่ โดยชุดสืบสวนคาดว่าจะหลบอยู่ใต้ปีกของผู้มีอิทธิพลคนหนึ่งในเมืองกรุง
หนึ่งในชุดสืบสวนคดีนี้ กล่าวกับ "คม ชัด ลึก" ว่า ผู้ต้องสงสัยในคดีลอบสังหารนายบุญลือ นายก อบต.คลองอุดมชลจร น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการสังหาร ส.อ.อานุ โดยชุดสืบสวนให้น้ำหนักไปที่เรื่องความขัดแย้งในธุรกิจรับเหมาและการเมือง โดยเฉพาะเรื่องขัดผลประโยชน์ในโครงการขุดบ่อประปามูลค่ากว่า 30 ล้านบาท ใน ต.คลองอุดมชลจร ซึ่งนายบุญลือเป็นเจ้าของที่และ ส.อ.อานุได้รับสัมปทาน ทำให้ฝั่งตรงข้ามคนหนึ่งเสียโอกาส
"ความขัดแย้งในพื้นที่ค่อนข้างรุนแรง แบ่งขั้วกันชัดเจน คดีที่เกิดกับผู้นำท้องถิ่นหลายคดีมีความเชื่อมโยงกัน แต่พยานไม่กล้าให้ปากคำ เพราะเกรงกลัวอิทธิพลในพื้นที่ ชุดสืบสวนต้องให้ความมั่นใจกับพยาน อย่างไรก็ตามเชื่อว่าถ้าสามารถจับกุมผู้ต้องหาในคดีพยายามฆ่านายกบุญลือได้แล้ว ก็จะสามารถคลี่คลายคดีสังหาร ส.อ.อานุ ได้ด้วย และก็น่าจะยุติความขัดแย้งในพื้นที่ลงได้เกือบหมด" ชุดสืบสวนกล่าว