กว่าจะมาเป็นเม้าส์

เม้าส์หรืออุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกับคอมพิวเตอร์ที่เราใช้ชี้แล้วคลิกกันอยู่นั้น ในยุคแรก ๆ เม้าส์มีขนาดใหญ่และหนักมาก แถมยังมีราคาแพง รูปทรงก็ดูธรรมดา ๆ

เม้าส์ตัวแรกที่นำออกขายถูกส่งไปพร้อมกับเครื่อง Xerox Star 8010 ราคาประมาณ 16,000 ดอลลาร์ ต่อมาไมโครซอฟท์ ได้ผลิตเม้าส์ตัวแรกซึ่งออกแบบให้ใช้งานอย่างง่าย ๆ บนโปรแกรม Word จากคอมพิวเตอร์ แต่ไม่ใช่เม้าส์แบบหน้าตาที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน

เม้าส์ตัวแรกของไมโครซอฟท์หน้าตาออกสี่เหลี่ยม เรียกว่า green-eyed mouse หรือหนูตาเขียว เพราะมีปุ่มสีเขียวสองปุ่ม ราคาประมาณ 195 ดอลลาร์

จากเม้าส์หน้าตาธรรมดา จนถึงปัจจุบัน เม้าส์ก้าวเข้าสู่ยุคไร้สาย ไม่ต้องเสียบสายให้เกะกะ ทั้งเม้าส์และคีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์ ต่างเป็นอุปกรณ์ไร้สาย เพื่อความสะดวกของผู้ใช้และรองรับเทคโนโลยีไร้สายจากอุปกรณ์ไฮเทค

ทีมงานวิจัยและออกแบบเม้าส์ของไมโครซอฟท์ พบว่า การทำงานของมือเป็นปัจจัยหลักของการรับรู้ถึงความสบาย โดยเฉพาะบริเวณฝ่ามือ ทีมงานจึงได้ออกแบบเม้าส์ที่ให้สัมผัสกับบริเวณฝ่ามือมากที่สุด จึงทำให้เม้าส์มีรูปทรงแปลกตาและเพรียวกว่าเดิมมาก

ตั้งแต่ ค.ศ. 2001 รูปทรงของเม้าส์ได้เปลี่ยน แปลงไป เป็นผลสืบเนื่องมาจากการค้นคว้าดังกล่าว เพื่อให้ฝ่ามือ ร่องริ้ว และหัวแม่มือได้สัมผัสกับเม้าส์แล้วทำงานได้สะดวกสบายไม่รู้จักเมื่อยหรือเกร็งขณะใช้งาน

Microsoft Design Studios ในสหรัฐ อเมริกา เป็นสถานที่ทำงานของนักออกแบบเม้าส์ไมโครซอฟท์ และยังเป็นสถานที่จัดแสดงนิทรรศการ เกี่ยวกับงานออกแบบเริ่มตั้งแต่ภาพร่าง ทั้งภาพลายเส้นและภาพกราฟิก ขั้นตอนการผลิต เม้าส์ต้นแบบ การขึ้นรูปด้วยโฟม นำมาเกลาด้วยกระดาษทราย ก่อนจะนำไปผลิตจริง

เม้าส์รุ่นล่าสุดของไมโครซอฟท์ เรียกว่า เม้าส์ ไวร์เลส เป็นเม้าส์ไร้สาย ใช้พลังงานจากถ่านขนาด 2 เอ ออกแบบโดยฟิลิปเป้ สตาร์ค นักออกแบบชาวฝรั่งเศส ซึ่งมีผลงานระดับโลก เป็นผู้ออกแบบนาฬิกาฟอสซิล ล่าสุดได้มาออกแบบเม้าส์รุ่นนี้ รูปทรงและสีสันสวยเตะตา มีโหมดประหยัดพลังงานหากไม่ได้ใช้งานนาน ๆ.





* Name :

ตัวหนา ตัวเอียง ขีดเส้นใต้ อักษรเลื่อน ใส่ url รูปภาพ ใส่ url ลิงค์

* Message :

* Code : EgR9C